วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556



ท่ารำมโนราห์

         ท่ารำของโนราที่เป็นท่าแบบ หรือท่าหลัก สืบได้ไม่ลงรอยกัน เพราะต่าง ครูต่างตำรากันและเนื่องจากสมัยก่อนผู้ประดิษฐ์ ท่าเพิ่มเติมอยู่เรื่อย  ท่ารำของโนราที่ ต่างสายตระกูลและต่างสมัยกันจึงผิดแปลกแตก ต่างกัน แม้บางท่าที่ชื่ออย่างเดียวกัน บาง ครูบางตำราก็กำหนดท่ารำต่างกันไปท่า รำที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงรวบรวมได้จากคำชี้แจงของนายจง ภักดี (ขาว) ผู้เคยเล่นละดรชาตรีอยู่ ที่เมืองตรังในบทพระนิพนธ์ตำนานละครอิเหนา ว่ามี ๑๒ ท่าดังนี้










  ๑. ท่าแม่ลาย หรือท่า แม่ลายกนก  









                                                      ๒.ท่าผาลา (ผา หลา)
















      ๔. ท่าจับ ระบำ











                                                                                       ๕. ท่ากินนร หรือกินนรรำ (ท่าขี้หนอน)      







      

๖. ท่าฉากน้อย










                                                                                        ๗. ท่าราหูจับจันทร์ หรือท่าเขาควาย





  
                                                   ๙. ท่าบัวบาน  






                                                                                                ๑๑. ท่าบัวตูม  

    




  เหล่านี้สืบได้ ว่าเป็นท่าที่เรียกต่างกันออกไปก็มี แตกต่อเป็นท่าย่อย  ออกไปก็มี เช่น ท่าแม่ลาย บางตำราเรียก ท่าเทพนม (คือ แม่ของลายไทย) แตกต่อเป็นท่าเครือวัลย์ บ้าง เป็นท่าพรหมสี่หน้าบ้าง หรือท่าลงฉาก บางครูแตกย่อยเป็นท่าสอดสร้อย เป็นต้นท่ารำ หลักของโนรายัง ปรากฏในบทครูสอน บทสอน รำ และบทท่าปฐม ซึ่งบทเหล่านี้จะประกอบ ด้วยท่าต่าง  แตกต่างกันไปและเมื่อต่าง ครูต่างประดิษฐ์ ท่ารำของชื่อท่านั้นๆก็จะ ผิดแปลกกัน เช่น ท่าแมงมุมชักใย บางครู ยืนรำ ใช้มือเลียนท่าแมงมุมชักใย บาง ครูรำแบบ ตัวอ่อนแอ่นหลังแล้วม้วนตัวลอด ใต้ขา เป็นต้นครูโนราสมัยต่อ  มาคงคิด ประดิษฐ์ ท่ารำเพิ่มขึ้นเรื่อย  จึงมีจำนวนท่า และชื่อท่าเพิ่มขึ้น และแตกต่างกันเพราะต่าง ครูต่างตำรากัน เช่นท่ารำที่สมเด็จฯ กรม พระยาดำรงราชานุภาพ รวบรวมได้จากที่ครูโนราห์ชาตรีเมืองนครศรีธรรมราชจำไว้ได้ และทรงรวมไว้ ในตำนานละครอิเหนาอีกสำนวนหนึ่งเป็นดัง นี้ท่ารำต่าง  ที่คิดประดิษฐ์ ขึ้นจะเห็น ว่า เกิดจากสิ่งบันดาลใจต่างกัน ส่วนใหญ่ได้ จากการสังเกตธรรมชาติ เช่นชะนีร่ายไม้ กวางโยน ตัว พระจันทร์ทรงกลด ได้จากจิตรกรรมก็มี เช่น แม่ลายกนก เครือวัลย์ จากดุริยางคศิลป์ก็ มี เช่น สีซอสามสาย จากวรรณคดีก็มี เช่น พระรถโยนสาร รามาน้าวศิลป์ พระลักษมณ์แผลง ศร ได้จากวิถีการดำเนินชีวิตก็มี เช่น ช้า นางนอน พิสมัยเรียงหมอน ฯลฯ




ตัวอย่างท่ารำมโนราห์




 เครื่องดนตรีโนรา


เครื่องดนตรีของโนรา ส่วนใหญ่เป็นเครื่อง ตีให้จังหวะ




๑. ทับ (โทนหรือทับโนรา) เป็นคู่ เสียงต่างกันเล็กน้อย ใช้คนตีเพียงคนเดียว เป็นเครื่องตีที่

สำคัญที่สุด เพราะทำหน้าที่ คุมจังหวะและเป็นตัวนำในการเปลี่ยนจังหวะทำนอง (แต่จะต้อง

เปลี่ยนตามผู้รำ ไม่ใช่ผู้รำ เปลี่ยน จังหวะลีลาตามดนตรี ผู้ทำหน้าที่ตีทับจึงต้องนั่งให้มอง เห็นผู้

รำตลอดเวลา และต้องรู้เชิง ของผู้รำ)






๒. กลอง เป็นกลองทัดขนาดเล็ก (โตกว่ากลองของหนังตะลุงเล็กน้อย) ๑ ใบทำหน้าที่เสริมเน้น

จังหวะและล้อเสียงทับ






๓. ปี่ เป็นเครื่องเป่าเพียงชิ้นเดียวของวง นิยมใช้ปี่ใน หรือ บางคณะอาจใช้ปี่นอก ใช้เพียง ๑ 
เลา ปี่มีวิธีเป่าที่คล้ายคลึงกับขลุ่ย ปี่มี ๗ รูแต่สามารถกำเนิดเสียงได้ ถึง ๒๑ เสียงซึ่งคล้ายคลึง
กับเสียงพูด มากที่สุด


๔. โหม่ง คือ ฆ้องคู่ เสียงต่างกันที่เสียงแหลม เรียกว่า "เสียงโหม้ง" ที่เสียงทุ้ม เรียกว่า
"เสียงหมุ่ง" หรือ บางครั้งอาจจะเรียกว่าลูกเอกและลูก ทุ้มซึ่งมีเสียงแตกต่างกันเป็น คู่แปดแต่
ดั้งเดิมแล้วจะใช้คู่ห้า



๕. ฉิ่ง หล่อด้วยโลหะหนารูปฝาชีมีรูตรงกลางสำหรับร้อยเชือก สำรับนึงมี ๒ อัน เรียกว่า ๑ คู่

เป็นเครื่องตีเสริมแต่งและเน้นจังหวะ ซึ่งการตีจะแตกต่างกับการตีฉิ่ง ในการกำกับจังหวะของ

ดนตรีไทย





๖. แตระ หรือ แกระ คือ กรับ มี ทั้งกรับอันเดียวที่ใช้ตีกระทบกับรางโหม่ง หรือกรับคู่ และมีที่

ร้อยเป็นพวงอย่างกรับพวง หรือใช้เรียวไม้หรือลวด เหล็กหลาย ๆ อันมัดเข้าด้วยกันตีให้ปลาย

กระทบกัน



                                                       

               เครื่องแต่งกายโนรา


 เครื่องแต่งกายของโนราประกอบด้วยสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้



๑.เทริด เป็นเครื่องประดับศรีษะของตัวนายโรงหรือโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง (โบราณไม่นิยม

ให้นางรำใช้)ทำเป็นรูปมงกุฏอย่างเตี้ย มีกรอบหน้า มีด้ายมงคลประกอบ



๒.เครื่องรูปปัด เครื่องรูปปัดจะร้อยด้วยลูกปัดสีเป็นลายมีดอกดวง ใช้สำหรับสวมลำตัวท่อนบน

แทนเสื้อ ประกอบด้วยชิ้นสำคัญ ๕ ชิ้น คือ


บ่า สำหรับสวมทับบนบ่าซ้าย-ขวา รวม ๒ ชิ้น




ปิ้งคอ สำหรับสวมห้อยคอหน้า-หลังคล้ายกรองคอหน้า-หลัง รวม ๒ ชิ้น


พานอก ร้อยลูกปัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พันรอบตัวตรงระดับอก บางถิ่นเรียกว่า"พาน
โครง"บางถิ่นเรียกว่า"รอบอก"
เครื่องลูกปัดดังกล่าวนี้ใช้เหมือนกันทั้งตัวยืนเครื่องและตัวนาง(รำ) แต่มีช่วงหนึ่งที่คณะชาตรีใน
มณฑนครศรีธรรมราชใช้อินทรธนู ซับทรวง (ทับทรวง) ปีกเหน่ง แทนเครื่องลูกปัดสำหรับตัวยืน
เครื่อง


๓.ปีกนกแอ่น หรือ ปีกเหน่ง มักทำด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายนกนางแอ่นกำลังกางปีก ใช้สำหรับ

โนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง สวมติดกับสังวาลอยู่ที่ระดับเหนือสะเอวด้านซ้ายและขวา คล้าย

ตาบทิศของละคร




๔.ซับทรวง หรือ ทับทรวง หรือ ตาบ สำหรับสวมห้อยไว้ตรงทรวงอก นิยมทำด้วยแผ่นเงินเป็น

รูปคล้ายขนมเปียกปูนสลักเป็นลวดลาย และอาจฝังเพชรพลอยเป็นดอกดวงหรืออาจร้อยด้วย

ลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตัวโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง ตัวนางไม่ใช้ซับทรวง




๕.ปีก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หาง หรือ หางหงส์ นิยมทำด้วยเขาควายหรือโลหะเป็นรูปคล้าย

ปีกนก ๑ คู่ ซ้าย-ขวาประกอบกัน ปลายปีกเชิดงอนขึ้นและผูกรวมกันไว้มีพู่ทำด้วยด้ายสีติดไว้

เหนือปลายปีก ใช้ลูกปัดร้อยห้อยเป็นดอกดวงรายตลอดทั้งข้างซ้ายและขวาให้ดูคล้ายขนของ

นก ใช้สำหรับสวมคาดทับผ้านุ่งตรงระดับสะเอว ปล่อยปลายปีกยื่นไปด้านหลังคล้ายหางกินรี


๖.ผ้านุ่ง เป็นผ้ายาวสี่เหลี่ยมผืนผ้า นุ่งทับชายแล้วรั้งไปเหน็บไว้ข้างหลัง ปล่อยปลายชายให้

ห้อยลงเช่นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พับแล้วห้อยลงนี้ว่า "หางหงส์"(แต่ชาวบ้าน

ส่วนมากเรียกว่า หางหงส์) การนุ่งผ้าของโนราจะรั้งสูงและรัดรูปแน่นกว่านุ่งโจมกระเบน





๗.หน้าเพลา เหน็บเพลา หนับเพลา ก็ว่า คือสนับเพลาสำหรับสวมแล้วนุ่งผ้าทับ ปลายขาใช้
ลูกปัดร้อยทับหรือร้อยทาบ ทำเป็นลวดลายดอกดวง เช่น ลายกรวยเชิง รักร้อย

๘.ผ้าห้อย คือ ผ้าสีต่างๆ ที่คาดห้อยคล้ายชายแครงแต่อาจมีมากกว่า โดยปกติจะใช้ผ้าที่โปร่งผ้าบางสีสด แต่ละผืนจะเหน็บห้อยลงทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของหน้าผ้า

๙.หน้าผ้า ลักษณะเดียวกับชายไหว ถ้าเป็นของโนราใหญ่หรือนายโรงมักทำด้วยผ้าแล้วร้อยลูกปัดทาบเป็นลวดลาย ที่ทำเป็นผ้า ๓ แถบคล้ายชายไหวล้อมด้วยชายแครงก็มี ถ้าเป็นของนางรำ อาจใช้ผ้าพื้นสีต่างๆ สำหรับคาดห้อยเช่นเดียวกับชายไหว


๑๐.กำไลต้นแขนและปลายแขน กำไลสวมต้นแขน เพื่อขบรัดกล้ามเนื้อให้ดูทะมัดทะแมงและ

เพิ่มให้สง่างามยิ่งขึ้น


๑๑.กำไล กำไลของโนรามักทำด้วยทองเหลือง ทำเป็นวงแหวน ใช้สวมมือและเท้าข้างละหลายๆ วง เช่น แขนแต่ละข้างอาจสวม ๕-๑๐ วงซ้อนกัน เพื่อเวลาปรับเปลี่ยนท่าจะได้มีเสียงดังเป็นจังหวะเร้าใจยิ่งขึ้น

๑๒.เล็บ เป็นเครื่องสวมนิ้วมือให้โค้งงามคล้ายเล็บกินนร กินรี ทำด้วยทองเหลืองหรือเงิน อาจต่อปลายด้วยหวายที่มีลูกปัดร้อยสอดสีไว้พองาม นิยมสวมมือละ ๔ นิ้ว (ยกเว้นหัวแม่มือ)
เครื่องแต่งกายโนราตามรายการที่ (๑) ถึง (๑๒) รวมเรียกว่า "เครื่องใหญ่" เป็นเครื่องแต่งกายของตัวยืนเครื่องหรือโนราใหญ่ ส่วนเครื่องแต่งกายของตัวนางหรือนางรำเรียกว่า "เครื่องนาง" จะตัดเครื่องแต่งกายออก ๔ อย่างคือ เทริด (ใช้ผ้าแถบสีสดหรือผ้าเช็ดหน้าคาดรัดแทน) กำไลต้นแขน ซับทรวง และปีกนกแอ่น (ปัจจุบันนางรำทุกคนนิยมสวมเทริดด้วย)
๑๓.หน้าพราน เป็นหน้ากากสำหรับตัว "พราน" ซึ่งเป็นตัวตลก ใช้ไม้แกะเป็นรูปใบหน้า ไม่มีส่วนที่เป็นคาง ทำจมูกยื่นยาว ปลายจมูกงุ้มเล็กน้อย เจาะรูตรงส่วนที่เป็นตาดำ ให้ผู้สวมมองเห็นได้ถนัด ทาสีแดงทั้งหมด เว้นแต่ส่วนที่เป็นฟันทำด้วยโลหะสีขาว หรือทาสีขาว หรืออาจลี่ยมฟัน (มีเฉพาะฟันบน) ส่วนบนต่อจากหน้าผากใช้ขนเป็ดหรือห่านสีขาวติดทาบไว้ต่างผมหงอก
๑๔.หน้าทาสี เป็นหน้ากากของตัวตลกหญิง ทำเป็นหน้าผู้หญิง มักทาสีขาวหรือสีเนื้อ


1 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากน่ะครับผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับงานทางด้านนี้อยู่เลยครับ ดีมากๆเลยครับ

    ตอบลบ